โคมไฟถนน LED ดีกว่าโคมเก่าแบบโซเดียมยังไง?
หากลองนึกถึงแสงไฟบนถนนในอดีต หลายคนคงจำได้ถึงแสงสีส้มสลัว ๆ ที่ดูหม่นหมอง นั่นคือแสงจาก ‘โคมไฟโซเดียมความดันสูง’ (High-Pressure Sodium – HPS) ซึ่งเคยเป็นมาตรฐานที่ใช้กันมายาวนานหลายสิบปี แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีโคมไฟถนนแบบ LED ได้เข้ามาปฏิวัติระบบส่องสว่างสาธารณะไปอย่างสิ้นเชิง
แล้วทำไมโครงการหมู่บ้านจัดสรร โรงงานอุตสาหกรรม หรือหน่วยงานภาครัฐ ถึงพากันเปลี่ยนมาใช้ LED?
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงความแตกต่างที่ส่งผลต่อทั้ง ‘เงินในกระเป๋า’ และ ‘ความปลอดภัย’
โคมไฟถนนโซเดียมคืออะไร
โคมไฟถนนโซเดียม หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ HPS (High Pressure Sodium) เคยเป็นโคมไฟถนนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอดีต จุดเด่นของมันคือให้แสงสีส้มอมเหลืองที่มองเห็นได้ชัดในความมืด และมีต้นทุนเริ่มต้นไม่สูงนัก อย่างไรก็ตาม โคมไฟประเภทนี้ก็มีข้อจำกัดอยู่หลายประการ เช่น ใช้พลังงานมาก แสงไม่คมชัด แยกสีของวัตถุได้ยาก และมีอายุการใช้งานสั้นกว่าเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
โคมไฟถนน LED คืออะไร
โคมไฟถนน LED คือการนำเทคโนโลยีแสงสว่างแบบ LED มาปรับใช้และพัฒนาให้เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้งโดยเฉพาะ ให้แสงสว่างที่สม่ำเสมอ เปิดติดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอวอร์มอัพ อีกทั้งยังสามารถออกแบบองศาการกระจายแสงให้เหมาะสมกับถนนแต่ละประเภทได้อย่างลงตัว ปัจจุบันโคมไฟถนนแบบ LED ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของระบบไฟถนน ทั้งในโครงการเอกชนและภาครัฐ
5 เหตุผลที่โคมไฟถนน LED ชนะขาดโคมโซเดียมแบบเดิม
1. ประหยัดค่าไฟได้มากกว่า 50-70%
นี่แหละคือปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อไฟถนนในยุคที่ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ โคมไฟโซเดียมรุ่นเก่าใช้พลังงานจำนวนมากเพื่อให้ได้ระดับความสว่างที่ต้องการ ขณะที่โคมไฟถนน LED ใช้กำลังไฟ (วัตต์) น้อยกว่ามาก แต่ให้ความสว่าง (ลูเมน) ได้เท่ากันหรือมากกว่า ตัวอย่างเช่น โคมโซเดียมขนาด 250 วัตต์ สามารถเปลี่ยนมาใช้โคมไฟถนน LED เพียง 100–120 วัตต์เท่านั้น ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่าครึ่งทันที
2. อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ลดภาระค่าซ่อมบำรุง
โคมไฟโซเดียมมักมีอายุการใช้งานเฉลี่ยเพียง 10,000–20,000 ชั่วโมง และเมื่อเริ่มเสื่อมสภาพ แสงจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือกะพริบไม่สม่ำเสมอ แต่ในทางกลับกัน โคมไฟถนน LED คุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำสามารถใช้งานได้นานถึง 50,000 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งหมายความว่าไม่จำเป็นต้องเรียกรถเครนมาเปลี่ยนหลอดไฟบ่อย ๆ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้อย่างมหาศาล
3. ค่าความถูกต้องของสี (CRI) ที่เหนือกว่า เพื่อความปลอดภัย
แสงสีส้มจากโคมไฟโซเดียมมีค่า CRI ค่อนข้างต่ำ (ประมาณ 20–30) ทำให้การมองเห็นสีของวัตถุในเวลากลางคืนทำได้ยาก ต่างจากโคมไฟ LED ที่ให้แสงสีขาวนวลหรือแบบ Cool White ซึ่งมีค่า CRI สูงกว่า 70–80 ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นป้ายจราจร สีของรถยนต์ และสิ่งกีดขวางบนถนนได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. เปิดติดทันที ไม่ต้องรอวอร์มอัพ
หนึ่งในข้อเสียที่หลายคนพบเจอกับโคมไฟโซเดียม คือเมื่อเปิดสวิตช์แล้วต้องรอประมาณ 5–10 นาทีกว่าแสงจะสว่างเต็มที่ และถ้าเกิดไฟตกหรือไฟดับ ก็ต้องรอให้หลอดเย็นก่อนถึงจะเปิดใช้งานได้อีกครั้ง แต่สำหรับไฟถนน LED นั้นแตกต่างออกไป เพราะสามารถ ‘เปิด–ปิด’ ได้ทันที (Instant On) อีกทั้งยังรองรับการติดตั้งDimmingหรือเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว เพื่อช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
5. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความร้อนต่ำ
โคมไฟโซเดียมทำงานโดยอาศัยการเผาไหม้ของสารเคมีและยังมีส่วนผสมของสารปรอท ซึ่งหากหลอดแตกก็อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมได้ อีกทั้งยังปล่อยความร้อนออกมามาก ในขณะที่โคมไฟ LED แทบไม่แผ่ความร้อนออกทางหน้าโคม และไม่มีรังสี UV จึงช่วยยืดอายุของวัสดุรอบข้าง รวมถึงไม่ดึงดูดแมลงให้มาเกาะจนทำให้โคมสกปรก
การเลือกสเปก “โคมไฟถนน” ให้คุ้มค่าที่สุด
การเลือกซื้อโคมไฟถนนไม่ควรพิจารณาแค่เรื่องราคาเท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับความทนทาน เพราะต้องติดตั้งใช้งานกลางแจ้งตลอด 24 ชั่วโมง
- มาตรฐาน IP65/IP66: จุดสำคัญที่ควรมี เพื่อให้สามารถป้องกันฝุ่นและน้ำฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ค่าความสว่าง (Lumen/Watt): ยิ่งมีค่าสูงเท่าไร ก็ยิ่งประหยัดพลังงานมากขึ้น (เช่น 130–150 lm/W)
- วัสดุตัวโคม: ควรเลือกแบบที่ผลิตจากอลูมิเนียมฉีดขึ้นรูป (Die-cast Aluminum) ซึ่งช่วยระบายความร้อนได้ดี ป้องกันไม่ให้ชิป LED เสื่อมสภาพเร็ว
สรุป: การลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
แม้ว่าโคมไฟถนน LED จะมีราคาเริ่มต้นสูงกว่าโคมโซเดียมรุ่นเก่าอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อคำนวณจากค่าไฟที่ประหยัดได้ รวมถึงค่าบำรุงรักษาที่ลดลง จุดคุ้มทุน (Payback Period) มักอยู่ที่เพียงประมาณ 1–2 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นสิ่งที่ได้รับคือ ‘กำไร’ ในรูปแบบของค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ENRICH สว่างแน่ ประหยัดด้วย ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์แสงสว่าง แบรนด์โคมไฟ ไฮเบย์ หลอดไฟLED คุณภาพ โซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่ LINE Official : @enrichlighting หรือ Facebook: https://www.facebook.com/enrichled หากต้องการให้ทีมผู้เชี่ยวชาญออกแบบแสงให้เหมาะกับพื้นที่จริง สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้เสมอ

