โคมไฟถนนสาธารณะมีกฎหมายอะไรสำหรับอบต/เทศบาล

กฎหมายการติดตั้งโคมไฟถนนในเขตเทศบาล/อบต.

ทุกปี อุบัติเหตุกลางคืนบนท้องถนนหลายกรณีมีสาเหตุจาก โคมถนนสาธารณะ ที่ไม่ได้มาตรฐาน ทั้งความสว่างไม่เพียงพอ ตำแหน่งติดตั้งผิด หรืออุปกรณ์เสื่อมสภาพก่อนกำหนด ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพสินค้า แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับ กรอบกฎหมายและมาตรฐานทางเทคนิค ที่เทศบาลและ อบต. มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม

บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่เจ้าหน้าที่เทศบาล อบต. ผู้รับเหมา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อหรือติดตั้งโคมไฟถนนสาธารณะควรรู้ไว้ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และโปร่งใส

หน่วยงานไหนดูแลโคมไฟถนนสาธารณะ?

เทศบาลและ อบต. มีหน้าที่โดยตรงตาม พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. 2496 และ พ.ร.บ. สภาตำบลฯ พ.ศ. 2537 ในการจัดให้มีและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าสาธารณะภายในเขตพื้นที่ของตน โดยเทศบาลนครและเทศบาลเมืองมีศักยภาพดำเนินโครงการขนาดใหญ่ได้มากกว่า ขณะที่ อบต. ขนาดเล็กอาจต้องประสานงานขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากส่วนกลาง

ส่วน ถนนสายหลักในความดูแลของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) การติดตั้งโคมไฟจะอยู่ภายใต้มาตรฐานของหน่วยงานนั้นโดยเฉพาะ ดังนั้นต้องตรวจสอบก่อนเสมอว่าถนนสายนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด

 

มาตรฐานความสว่างที่กำหนด

ค่าความส่องสว่างสำหรับถนนและทางแยก

มาตรฐานการติดตั้งไฟถนนสาธารณะคือการกำหนดค่าความส่องสว่าง (Lux) ขั้นต่ำตามประเภทพื้นที่ เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจนและปลอดภัยในทุกสภาพแวดล้อม

มาตรฐานกำหนดค่าความส่องสว่างขั้นต่ำสำหรับถนนสาธารณะไว้ดังนี้

ประเภทถนน ความส่องสว่างเฉลี่ยขั้นต่ำ (Lux)
ถนนสายหลัก 15
ถนนสายรอง 10
ทางแยก 22
วงเวียนที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร 15

ค่าความส่องสว่างสำหรับพื้นที่สาธารณะ

นอกจากถนนแล้ว มาตรฐานยังครอบคลุมไฟสาธารณะสำหรับพื้นที่ประเภทอื่น ๆ ในชุมชน ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นมีหน้าที่จัดให้มีและดูแลรักษาเช่นกัน

ชนิดของพื้นที่ ความส่องสว่างเฉลี่ยขั้นต่ำ (Lux)
สวนสาธารณะ 10
ในตลาด (ในอาคาร) 100
ลานตลาด (นอกอาคาร) 30
สนามเด็กเล่น 50
ลานจอดรถสาธารณะ 15
ลานกีฬาชุมชน 50
สะพาน 30
สะพานลอยคนข้าม 15
ทางเดินเท้า (ฟุตบาท) 7
ทางมาลาย 45
ศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทาง 30
ป้ายจอดรถประจำทาง (ไม่มีศาลา) 7

หมายเหตุสำคัญ: ในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่ออาชญากรรม การลักขโมย หรือมีปัญหากลุ่มมิจฉาชีพสูง ควรเพิ่มค่าความส่องสว่างให้มากกว่าค่าขั้นต่ำที่กำหนด

 

รูปแบบการติดตั้งโคมไฟตามแนวถนนและทางแยก

มาตรฐานกำหนดรูปแบบการติดตั้งไว้ 7 รูปแบบ โดยเลือกใช้ให้สอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพของถนนและภูมิทัศน์ของพื้นที่

รูปแบบที่ 1 — ติดตั้งฝั่งเดียวกันของถนน เหมาะสำหรับถนนเล็กในซอยหรือทางเท้า เป็นรูปแบบที่ใช้งบประมาณน้อยที่สุด

รูปแบบที่ 2 — ติดตั้งสองฝั่งถนนแบบสลับกัน เหมาะสำหรับถนนกว้างไม่เกิน 6 เมตร ช่วยให้แสงกระจายทั่วถึงทั้งสองฝั่ง

รูปแบบที่ 3 — ติดตั้งสองฝั่งถนนแบบตรงข้ามกัน เหมาะสำหรับถนนกว้าง 8 เมตรขึ้นไป ให้ความส่องสว่างสม่ำเสมอตลอดแนวถนน

รูปแบบที่ 4 — ติดตั้งกลางถนนโดยแยกโคมไฟเป็นสองทางในเสาต้นเดียวกัน เหมาะสำหรับถนนกว้าง 8 เมตรขึ้นไปที่มีเกาะกลางถนน

รูปแบบที่ 5 — การติดตั้งโคมไฟที่ทางสี่แยก (Cross-Road) ต้องติดตั้งถี่กว่าแนวถนนปกติ เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นทางแยกได้ชัดเจนในทุกทิศทาง

รูปแบบที่ 6 — การติดตั้งโคมไฟที่ทางสามแยก (T-Junction) ต้องติดตั้งถี่กว่าแนวถนนปกติเช่นกัน เน้นบริเวณจุดตัดที่มีความเสี่ยงสูง

รูปแบบที่ 7 — การติดตั้งโคมไฟในวงเวียน (Round About) ออกแบบให้แสงครอบคลุมรอบวงเวียนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความสับสนในการขับขี่

 

ระยะห่างจากขอบถนนที่ปลอดภัย

ระยะห่างตามความเร็วของยานพาหนะ

หนึ่งในประเด็นที่มักถูกละเลยในการติดตั้งโคมไฟถนนสาธารณะ คือ ระยะห่างระหว่างเสาโคมไฟกับขอบถนน เพราะเสาที่ติดตั้งชิดขอบถนนมากเกินไปอาจกลายเป็นสิ่งกีดขวางอันตรายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ มาตรฐานอ้างอิง BS 5489 : Part 1 กำหนดระยะห่างขั้นต่ำตามความเร็วของยานพาหนะดังนี้

ความเร็วยานพาหนะ (กม./ชม.) ระยะห่างจากขอบถนน (เมตร)
50 0.8
80 1.0 – 1.5
100 อย่างน้อย 1.5
120 อย่างน้อย 1.5

⚠️ กรณีพื้นที่จำกัด: หากไม่สามารถเว้นระยะห่างตามตารางได้ อนุญาตให้ติดตั้งเสาได้ในระยะไม่ต่ำกว่า 0.65 เมตร จากขอบถนน แต่ต้องติดตั้งที่กำบังเสา (Barrier) สูง 0.9–1.30 เมตร พร้อมแผ่นสะท้อนแสงสีเหลืองสลับดำด้วยทุกครั้ง

ระยะห่างระหว่างจุดติดตั้ง

ระยะห่างระหว่างเสาโคมไฟโดยทั่วไปจะสัมพันธ์กับระยะห่างระหว่างเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ ซึ่งกำหนดไว้ที่ประมาณ 20, 40 และ 80 เมตร ขึ้นอยู่กับขนาดสายไฟที่พาดบนเสา
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ที่เสาไฟฟ้าอยู่ห่างจากถนนมาก (เขตทาง 30–40 เมตร) อาจจำเป็นต้องใช้เสาโคมไฟแยกต่างหากติดตั้งตามไหล่ทางหรือทางเท้าแทน โดยต้องให้ค่าความส่องสว่างได้ตามมาตรฐานที่กำหนด

 

เลือกโคมไฟถนนสาธารณะอย่างไรให้ได้มาตรฐาน

เมื่อทราบมาตรฐานที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนดแล้ว การเลือกโคมไฟที่ใช้งานจริงต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดเหล่านั้น คุณสมบัติสำคัญที่ขาดไม่ได้มีดังนี้

  • ด้านมาตรฐานและการรับรอง: โคมไฟถนนต้องผ่านมาตรฐาน มอก. และมี Photometric Data (ไฟล์ IES/LDT) ที่สามารถนำไปคำนวณค่า Lux จริงในพื้นที่ก่อนติดตั้ง เพื่อยืนยันว่าโคมไฟที่เลือกสามารถให้ค่าความส่องสว่างได้ตามตารางที่กรมส่งเสริมฯ กำหนด
  • ด้านความทนทาน: สำหรับการใช้งานกลางแจ้งในสภาพอากาศของประเทศไทยซึ่งมีทั้งฝน ฝุ่น และความชื้นสูงตลอดปี โคมถนนควรมีมาตรฐาน IP Rating ไม่ต่ำกว่า IP65
  • ด้านประสิทธิภาพพลังงาน: เลือกใช้โคมไฟถนน LED ตอบโจทย์ทั้งมาตรฐานความส่องสว่างและการประหยัดงบประมาณระยะยาวขององค์กรท้องถิ่น พลังงานน้อยกว่าโคมไฟแบบเดิมถึง 50–60% และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ามาก ช่วยลดภาระค่าซ่อมบำรุงในระยะยาว

รายละเอียดเพิ่มเติมในเอกสารฉบับเต็ม – มาตราฐานการติดตั้งไฟฟ้าสาธารณะ

สรุป

มาตรฐานการติดตั้งโคมถนนสาธารณะของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นครอบคลุมทั้งค่าความส่องสว่างที่ต้องการตามประเภทพื้นที่ รูปแบบการติดตั้งที่เหมาะสมกับลักษณะถนน และระยะห่างจากขอบถนนเพื่อความปลอดภัย การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้อย่างครบถ้วนไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายของหน่วยงานท้องถิ่น แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยของคนในชุมชน

ต้องการโคมไฟถนน LED ที่มี มาตรฐานมอก. พร้อมให้ออกแบบแสงตรวจสอบค่า Lux ก่อนตัดสินใจ? ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำแนะนำและข้อมูลทางเทคนิคได้เลย

เลือกโคมไฟถนนLED เลือกซื้อจาก ENRICHLAMP ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์แสงสว่าง แบรนด์โคมไฟ ไฮเบย์ หลอดไฟLED คุณภาพ โซล่าเซลล์ และเสาไฟ  สนใจสอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่ LINE Official Account:@enrichlighting หรือ Facebook: https://www.facebook.com/enrichled